แม้ว่ามันไม่สวยงาม แต่มันก็คือเส้นทางที่เราเลือก

หากอิสรภาพ คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนปรารถนา

ชีวิตที่พ้นจากพันธนาการของงานประจำ และมาใช้ชีวิตอิสระอย่างฉัน   ก็คงดูผิวเผินเหมือนว่าน่าจะมีความสุขและน่าอิจฉา

 

ตอนแรก หลังลาออกใหม่ๆ  ฉันก็รู้สึกแบบนั้น

แน่ล่ะ…ชีวิตที่เคยอยู่ในกฎระเบียบอันเข้มงวดของการเป็นครูมา 3 ปี   มาวันหนึ่ง ได้โบยบินออกจากกฎต่างๆและพันธะ   จะไม่ให้ชีวิตลั้นลายังไงไหว

ไม่ต้องส่งใบลา  จะไปไหนวันธรรมดาก็ไม่ต้องขออนุญาตใคร   อยากนอนตื่นกี่โมงก็ได้  ไม่ต้องเฝ้าคอยให้ถึงวันศุกร์   ไม่ได้หมดสนุกเมื่อถึงเย็นวันอาทิตย์   ไม่ต้องใช้ชีวิตตามสั่ง  ไม่ต้องไปนั่งทำสิ่งที่ฝืนใจ  ได้ทำอะไรๆตามใจต้องการ

โบยบิน โบยบิน  โบยบิน   โบยบินไปเจอโลกที่กว้างใหญ่

อิสรภาพที่ได้รับมาใหม่ๆนี้มันช่างหอมหวาน

ชีวิตนี้ช่างงดงามและน่าค้นหา   มีเรื่องมากมายให้เรียนรู้ตลอดเวลา

ฉันแอบคิดแบบน่าหมั่นไส้ว่า  ชีวิตกูนี่น่าอิจฉาซะจริงๆ

……

…..

…..

แต่จริงหรือไม่ที่ว่า  ไม่มีเส้นทางไหนในโลกนี้ที่ชีวิตจะมีแต่ความหอมหวาน

ทุกๆเส้นทางล้วนมีราคาที่ต้องจ่าย

ชีวิตแบบนี้ก็เช่นกัน

……

 

1  ความเหงา

บนความอิสระ  นี่คือสิ่งที่ต้องพ่วงมาด้วยเป็นแพ๊กเกจเดียวกัน

ยิ่งช่วงที่(พยายามจะ)ทำงานเขียนอยู่ที่บ้านด้วยแล้ว วันๆก็ไม่ค่อยได้เจอใคร ไม่เหมือนตอนทำงานประจำที่ก็ยังเจอคนโน้นคนนี้ มีคนให้พูดคุย  แต่พออยู่คนเดียวนานๆอย่างนี้ มันก็เหงาใช่เล่น

เหงาไปเหงามา พาลทำให้ฟุ้งซ่านอีกต่างหาก

ทำงานกับคนเยอะก็ปวดหัว แต่ถ้าทำงานคนเดียวนานๆก็เคว้งคว้างเหมือนกัน

 

2  การควบคุมตัวเองได้ยาก

สภาวะที่อิสระมากเกินไป  มีข้อเสียตรงที่ว่า ไม่มีการตอกบัตร ไม่มีเจ้านาย  งานก็ไม่มีเดดไลน์อะไรเลย

จนส่งผลให้การควบคุมตัวเองให้ทำงานอะไรๆที่คิดจะทำให้เสร็จนั้น เป็นไปได้ยาก

แทนที่จะเปิดเวิร์ดนั่งเขียน  ก็ไปเปิดเฟซบุ๊ค… อะไรประมาณนี้ เป็นต้น

ซึ่งผลของมันก็คือ การสูญเสียเวลาไปอย่างว่างเปล่าเยอะมาก จน…รู้สึกผิด  รู้สึกชีวิตไร้สาระแล้วรู้สึกแย่กับตัวเอง

ทั้งๆที่รู้นะ – แต่ความยากมันอยู่ตรงที่ว่า  หลายๆครั้งที่พยายามเปิดเวิร์ดแล้วนั่งเขียน แต่…มันคิดไม่ออก  เขียนไม่ออก คำพูดไม่ไหล  สื่อความคิดออกมาเป็นตัวอักษรที่โดนใจไม่ได้  คิดไม่ออก คิดไม่ออก  มันก็เลยหนีไปหาเฟซบุ๊คทุกที  แล้วก็รู้สึกผิดทุกที  แต่จะกลับมาเขียนก็เขียนไม่ออกอยู่ดี  วนลูปเลยว่ะ  ชีวิตก็เลยรู้สึกไม่ค่อยมีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  มันก็เลยรู้สึกเหมือนตัวเองไร้คุณค่าปราศจากน้ำมันตับปลาและโอเมก้าสามยังไงก็ไม่รู้

 

 

3  มึงจะไปทางไหนกันแน่

อย่างที่เขียนไปในตอน “ชีวิตหลังลาออก”  ว่าเราก็มีเรื่องที่อยากเรียนรู้มากมายหลายอย่าง  ซึ่งบางครั้งมันก็ทำให้เราหลงๆงงๆเคว้งๆเหมือนกันว่า  จะทำอะไรก่อนอะไรหลังดีวะ… จะเขียนหนังสือ หรือจะฝึกถ่ายรูป หรือจะหัดตัดต่อ หรือจะหัดทำสารคดีสั้นแบบถ่ายวีดีโอ หรือจะไปทำวิจัยกับกลุ่มชาวนา

แล้วปัญหาก็ติดอยู่ตรงที่ว่า แต่ละอย่างที่อยากทำ มันก็ไม่ใช่จะทำง่ายๆ การจะทำอะไรให้ดีได้ มันก็ต้องการเวลา ต้องการความทุ่มเทอย่างจริงๆจังๆ    การจับปลาหลายมือบางทีมันก็อาจทำให้ไม่ได้ปลาสักตัว

แล้วการที่ไม่มีปลาสักตัวแบบนี้ มันทำให้รู้สึกชีวิตไม่มีคุณค่ายังไงก็ไม่รู้

อย่างตอนทำงาน เรายังมีคุณค่าต่องานที่ทำ  แต่นี่…โคตรเคว้งเลย

 

ก็กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่า – เราควรจะเลือกอะไรสักอย่างแล้วทุ่มกับมันอย่างเต็มตัวจริงๆ

หยุดชีวิตจับฉ่ายแบบไม่ได้ปลาสักตัวอย่างนี้ได้แล้ว

และตอนนี้ แผนปฏิรูปชีวิตตัวเองใหม่ก็ถูกร่างคร่าวๆไว้ในใจละ  ไว้มีโอกาสจะบอก

 

 

4  ความรู้สึกกาก

ว่ากันว่า พระเจ้าประทานความถนัดให้มนุษย์แต่ละคนมาคนละด้านกัน ที่เรียกขานกันในนามพรสวรรค์

วิชาเลข อาจจะเรียกได้ว่าเป็นอย่างเดียวในชีวิตที่เรากล้าพูดว่า เราถนัด

แต่บังเอิ๊ญ บังเอิญ บังเอิญ โชคชะตาเล่นตลกยังไงก็มิทราบ

ไอ้กบตัวหนึ่งที่เคยอยู่ในกะลาแห่งโลกตรรกะ-วิศวฯ-การคิดคำนวณ ดันไปเจอประตูโดราเอมอน ที่พาเจ้ากบไปเจอโลกใบใหม่นอกกะลา – โลกของศิลปะ  ความคิดสร้างสรรค์    หนังสือ   สารคดี  ชีวิตผู้คน  เรื่องราวในชนบท  ฯลฯ  จนทำให้เจ้ากบตัวนั้นหลงใหลในโลกใบใหม่ และรู้สึกว่า ไม่อยากอยู่กับตัวเลขแล้ว  อยากจะออกไปเจอสิ่งเหล่านี้  อยากไปเห็น อยากไปเรียนรู้  อยากไปสัมผัส  จนกระทั่งว่า อยากทำงานในสายนี้

 

เมื่อความสนใจในชีวิตเปลี่ยนไป และชีวิตเริ่มก้าวสู่โลกใบใหม่

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ มันไม่ได้ง่าย…

เพราะเอาเข้าจริงๆก็คือ มันไม่ใช่สิ่งที่เราถนัด  ไม่ใช่สิ่งที่เป็นพรสวรรค์ดั้งเดิมของเรา

เมื่อความสามารถเราไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้ แต่บังเอิญเราเลือกที่จะทำ  สิ่งที่ต้องพบก็คือความยากกกกกกกกกกส์

คนมีพรสวรรค์ ไม่ต้องออกแรงอะไรมากมาย ก็ทำได้ดี

แต่คนไม่มีพรสวรรค์ อาจต้องออกแรงกายแรงใจมากกว่าหลายเท่า  กว่าจะได้ผลงานที่มีคุณภาพเท่ากัน

ซึ่ง – มันต้องใช้แรงพลังใจค่อนข้างมาก

อย่างเช่นการเขียน  หลายครั้งที่ได้แต่นั่งนิ่งอยู่หน้าโปรแกรมไมโครซอฟเวิร์ดที่ว่างเปล่า โดยไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

หลายครั้งที่ย่อหน้าเดียว ถูกแก้ไปแก้มาหลายชั่วโมงก็ยังไม่ได้ดั่งใจ

หลายครั้งที่ไม่สามารถถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในหัวให้ออกมาเป็นตัวอักษรได้

และหลายครั้ง  ที่รู้สึกว่าเวลาแต่ละวันผ่านไปอย่างเปล่าดาย  โดยไม่มีผลงานอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน

มันเป็นความรู้สึกที่โหดร้าย

โหดร้ายตรงที่ว่าเรารู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เรารักจะทำ  แต่เราทำมันไม่ได้

จนรู้สึกว่าตัวเองแม่งห่วยกากซากอ้อยด้อยความสามารถ  จนหลายๆครั้งก็รู้สึกแย่กับตัวเองมากๆ

ซึ่งนั่น ก็คืออีกความรู้สึกหนึ่งที่เราก็ต้องต่อสู้กับมัน

 

 

———————————-

 

 

ถ้าเปรียบตัวเราในวันที่ลาออก  เป็นนกที่ตัดสินใจบินออกจากกรง เพราะรู้สึกว่าโลกภายนอกมันช่างกว้างใหญ่ สวยงาม และมีอะไรที่น่าค้นหา

ความรู้สึกต่างๆที่เราต้องเผชิญในวันนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรจากพายุ  ที่ชีวิตของนกนอกกรงจำเป็นต้องเจอกับมัน

 

แม้ว่ามันจะเตรียมใจไว้แต่แรกว่าข้างนอกนั้นมีพายุ

แต่หลายๆครั้งมันก็หนักเกินกว่าที่มันเคยคาดคิด จนหลายๆคราวที่ทำให้สองปีกฝันของมันอ่อนล้า

แต่วันหนึ่ง…เมื่อมันได้ย้อนนึกถึงความรู้สึกตอนที่อยู่ในกรงขังและใฝ่ฝันที่จะบินออกมา

มันก็พบว่า มันตัดสินใจไม่ผิด

 

เพราะไม่ว่าวันนี้จะหนักหนาอย่างไร  มันก็ยังดีกว่าการที่ต้องค้างคาใจกับความรู้สึกอยากทำแล้วไม่ได้ลงมือทำ

ซึ่งถ้าไม่ลงมือทำ  เราก็ไม่มีวันรู้ว่าเราจะทำได้หรือทำไม่ได้ – ใครหลายๆคนบอกไว้เช่นนั้น

และการจะรู้ว่าทำได้หรือทำไม่ได้  จะไม่มีทางบอกได้ ถ้าหากยังไม่ได้สู้ไปจนสุดทาง

 

ฉันนึกถึงคำพูดของคุณชาติ กอบจิตติ ประโยคหนึ่งที่ว่า

“ถ้าเราตั้งเป้าหมายจะไปไหน  เราต้องเดินไปให้ถึง  จะล้มตายกลางทาง หรือไม่ถึงจุดหมายก็ไม่เป็นไร  เพราะชีวิตนี้  เราได้เดินแล้ว”

ใช่, อย่างน้อยเราก็ได้เดินแล้ว

สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คือสิ่งที่เราเลือกเอง  เราเลือกที่จะเดินออกมาเอง และในวันนั้นเราก็มั่นใจว่าเราตัดสินใจดีแล้ว

เลือกแล้ว … ก็ต้องลองดู  ก็ต้องก้าวเดินต่อไปอย่างเต็มกำลัง

แม้ไม่ได้สวยงามดังฝัน  ก็ไม่เป็นไร  ….

 

ถ้าสุดท้ายแล้วมันจะล้มลุกคลุกคลานกลิ้งตีลังกาตกเหวยังไง… ก็จะได้รู้ไปชัดๆว่าเราทำไม่ได้

ดีกว่านั่งฝันใฝ่โดยไม่เคยได้ลองทำ

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: